หัวสัญญาระบุว่า สัญญาซื้อขาย แต่ในเนื้อหาสาระของสัญญา เป็นเรื่องจ้างทำของ เช่นนี้ จะถือว่าเป็นสัญญาซื้อขายตามที่ระบุไว้หรือสัญญาจ้างทำของ

หัวสัญญาระบุว่า สัญญาซื้อขาย โดยจำเลยเป็นผู้ซื้อ โจทก์เป็นผู้ขาย มีรายละเอียดของแบบสินค้า จำนวนชุด ราคา วันจัดส่ง แต่ในเนื้อหาสาระของสัญญายังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับผ้า วัสดุอุปกรณ์ กรรมวิธีการผลิต หีบห่อ และเศษวัสดุจากการตัดเย็บและสินค้าคุณภาพรองไว้ด้วย เช่นนี้ สัญญาดังกล่าวจะถือว่าเป็นสัญญาซื้อขายตามที่ระบุไว้หรือเป็นสัญญาจ้างทำของ

ศาลฎีกาให้คำตอบไว้แล้วในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๕๗๓๗/๒๕๕๒ โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ในสัญญาซื้อขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปจะมีรายละเอียดของแบบสินค้า จำนวนชุด ราคา วันจัดส่ง โดยระบุว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ซื้อและโจทก์เป็นผู้ขาย แต่ในสัญญาดังกล่าวได้มีข้อกำหนดเกี่ยวกับผ้า วัสดุอุปกรณ์ กรรมวิธีการผลิต หีบห่อ และเศษวัสดุจากการตัดเย็บและสินค้าคุณภาพรองไว้ เช่น ผ้าและเครื่องนุ่งห่มทุกชนิดจำต้องได้รับการทดสอบตามมาตรฐานของโรงงาน และสินค้าต้องผ่านการทดสอบตามเงื่อนไขของจำเลยที่ 1 โดยจะต้องไม่มีสินค้าที่ส่งออกไปโดยไม่ผ่านการทดสอบจำเลยที่ 1 ยินยอมให้โจทก์มีผู้รับจ้างช่วงในการเย็บผ้าได้ไม่เกิน 2 ราย และผู้รับจ้างช่วงดังกล่าวต้องผ่านการประเมินตามมาตรฐานของจำเลยที่ 1 ในการพิมพ์ลายผ้าทุกครั้งจะต้องผ่านการอบและใช้สารเคมีที่มีคุณภาพสูง กระดุมชนิดกดติดต้องผ่านการดึงทดสอบที่น้ำหนัก 15 ปอนด์ และปลอดสารตะกั่ว ชิ้นส่วนประดับและชิ้นส่วนเสริมต้องผ่านการดึงทดสอบที่น้ำหนัก 15 ปอนด์ เครื่องนุ่งห่มทุกชิ้นต้องผ่านการอัดด้วยการอบไอน้ำ กล่องกระดาษบรรจุสินค้าต้องผ่านการทดสอบด้วยน้ำหนัก 300 ปอนด์ และเป็นกล่องชนิด 2 ชั้น เศษวัตถุดิบจากการตัดเย็บและสินค้าคุณภาพรองต้องได้รับอนุญาตจากจำเลยที่ 1 ก่อนนำออกจำหน่ายและต้องเป็นสินค้าที่เก็บไว้ในคลังสินค้าของโจทก์เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับแต่วันส่งสินค้าแบบนั้น ๆ นอกจากนี้ ยังมีข้อกำหนดสำหรับผ้าที่ใช้ผลิต เช่น โจทก์ต้องส่งตัวอย่างผ้าทุกขนาดที่ได้รับการอนุมัติจำนวน 2 ชิ้น ให้แก่จำเลยที่ 1 ภายใน 2 สัปดาห์ นับแต่วันได้รับสัญญา โจทก์ต้องส่งตัวอย่างสินค้าก่อนการผลิตทุกสีจำนวน 3 ชิ้น ให้แก่จำเลยที่ 1 เพื่อทำการอนุมัติ และทำการทดสอบเป็นเวลา 45 วัน ก่อนการขนส่ง จำเลยที่ 1 ขอสงวนสิทธิในการยกเลิกการสั่งซื้อสินค้าในกรณีที่สินค้าไม่ผ่านการตรวจสอบของจำเลยที่ 1 ทั้งทางนำสืบของโจทก์และจำเลยทั้งสองก็ได้ความว่าสัญญาดังกล่าวเป็นการกำหนดให้โจทก์ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปให้แก่จำเลยที่ 1 โดยผ้าและวัสดุอุปกรณ์ทุกอย่างต้องผ่านการทดสอบมาตรฐานและได้รับอนุมัติจากจำเลยที่ 1 ก่อน ทั้งจำเลยที่ 1 จะต้องส่งชุดต้นแบบไปให้แก่โจทก์เพื่อทำชุดตัวอย่างสำหรับลองขนาด สัญญาซื้อขายจึงมิใช่สัญญาซื้อขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปโดยทั่วไปที่โจทก์ได้ผลิตไว้เรียบร้อยแล้วหรือโจทก์สามารถผลิตขึ้นตามแบบที่โจทก์คิดขึ้นได้เอง แต่เป็นสัญญาที่จำเลยที่ 1 จ้างโจทก์ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปโดยผ้า วัตถุดิบ รูปแบบการตัดเย็บและขั้นตอนการผลิตล้วนอยู่ในการควบคุมมาตรฐานของจำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่ในบทบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 7 ในเรื่องจ้างทำของ...

Visitors: 38,617